รีวิว 5 อันดับ ระบบดูดควัน สำหรับคอนโด ปี 2026 แบรนด์ไหนดี แรงดูดสูง
การพักอาศัยในคอนโดมิเนียมมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และการระบายอากาศ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารเอง มักจะประสบปัญหา “กลิ่นอาหารฟุ้งกระจาย” ไปทั่วห้อง จนติดผ้าม่าน โซฟา หรือแม้แต่เสื้อผ้าในตู้ ดังนั้นการเลือก ระบบดูดควัน สำหรับคอนโด ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การออกแบบห้องครัวร้านอาหาร การออกแบบครัว โปรดบอกเราได้เลยค่ะ! สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณา ติดต่อเรา
ในปี 2026 เทคโนโลยีเครื่องดูดควันได้พัฒนาไปไกลกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นระบบฟอกอากาศในตัว เสียงที่เงียบลง หรือดีไซน์ที่ประหยัดพื้นที่ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก รีวิว 5 อันดับ ระบบดูดควัน สำหรับคอนโด รุ่นที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองมากที่สุด พร้อมคำแนะนำในการเลือกซื้อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

ทำไมคอนโดต้องใช้ระบบดูดควันแบบ “หมุนเวียน” (Recirculating System)?
ก่อนจะไปดูอันดับ สิ่งแรกที่เจ้าของคอนโดต้องเข้าใจคือ ระบบการทำงาน โดยทั่วไปเครื่องดูดควันมี 2 ระบบหลัก:

-
ระบบต่อท่อออกภายนอก (Ducted): ประสิทธิภาพดีที่สุดเพราะระบายอากาศออกไปข้างนอกเลย แต่คอนโดส่วนใหญ่ “ไม่อนุญาต” ให้เจาะผนัง
-
ระบบหมุนเวียนอากาศ (Recirculating): ดูดควันผ่านฟิลเตอร์คาร์บอน (Carbon Filter) เพื่อกรองกลิ่นและน้ำมัน แล้วปล่อยอากาศสะอาดกลับเข้าสู่ห้อง ระบบนี้คือ “พระเอก” สำหรับชาวคอนโด เพราะติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะผนัง
รีวิว 5 อันดับ ระบบดูดควัน สำหรับคอนโด ที่ดีที่สุดในปี 2026
เราได้คัดเลือก 5 รุ่นยอดนิยมที่เน้นประสิทธิภาพการกรองกลิ่น ความทนทาน และดีไซน์ที่เข้ากับครัวคอนโดสมัยใหม่ ดังนี้:
อันดับ 1: HAFELE รุ่น BAYU Series (Smart Connect 2026)
จุดเด่น: พลังดูดเสถียรที่สุดและรองรับระบบ Smart Home
Hafele ยังคงครองแชมป์ด้วยรุ่นที่พัฒนามาเพื่อคอนโดโดยเฉพาะ ตัวเครื่องทำจากสแตนเลสสตีลคุณภาพสูง มาพร้อมระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะที่สามารถสั่งการผ่านแอปพลิเคชันได้
-
กำลังดูด: 1,200 ลบ.ม./ชม. (สูงมากสำหรับรุ่นคอนโด)
-
ระบบกรอง: แผ่นกรองน้ำมันอลูมิเนียม 5 ชั้น และคาร์บอนรุ่นอัปเกรดที่ลดกลิ่นได้ถึง 95%
-
ความเหมาะสม: เหมาะสำหรับผู้ที่ทำอาหารบ่อย หรือเมนูที่มีกลิ่นแรง เช่น ผัดกะเพรา
อันดับ 2: EVE รุ่น HC-ECLIPSE-60 (Ultra Slim)
จุดเด่น: ดีไซน์บางเฉียบ ประหยัดพื้นที่ใต้ตู้
EVE เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า รุ่น Eclipse ออกแบบมาให้ซ่อนใต้ตู้ได้อย่างแนบเนียน เหมาะกับครัวคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดมาก
-
กำลังดูด: 800 – 1,000 ลบ.ม./ชม.
-
ฟีเจอร์เด่น: หน้าจอสัมผัส (Touch Control) และไฟ LED ส่องสว่างที่ประหยัดพลังงาน
-
ความเหมาะสม: ครอบครัวขนาดเล็กที่เน้นความสวยงามและการใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อันดับ 3: MEX รุ่น 2950X60 (Super Quiet)
จุดเด่น: ทำงานเงียบที่สุด ไม่รบกวนการพักผ่อน
ปัญหาของเครื่องดูดควันคอนโดคือเสียงดังที่ก้องไปทั่วห้อง แต่ MEX รุ่นนี้ใช้มอเตอร์ระบบใหม่ที่ลดเสียงรบกวนได้ต่ำกว่า 50 เดซิเบล ในขณะที่ยังรักษาแรงดูดได้ดี
-
กำลังดูด: 900 ลบ.ม./ชม.
-
ระบบกรอง: ฟิลเตอร์คาร์บอนเกรดพรีเมียม กรองกลิ่นอาหารได้อย่างรวดเร็ว
-
ความเหมาะสม: คนที่ชอบความสงบ หรือคอนโดแบบ Studio ที่พื้นที่ครัวและที่นอนอยู่ใกล้กัน
อันดับ 4: LUCKY FLAME รุ่น RG-901S (Heavy Duty)
จุดเด่น: ทนทาน แรงดูดสไตล์ครัวไทย
หากคุณเป็นสายทำอาหารจริงจัง ชอบทำอาหารไทยที่ต้องใช้ไฟแรง Lucky Flame คือตัวเลือกที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ด้วยมอเตอร์คู่ที่ให้พลังดูดแรงสม่ำเสมอ
-
กำลังดูด: 1,100 ลบ.ม./ชม.
-
โครงสร้าง: สแตนเลสแท้ แข็งแรงทนทาน ทำความสะอาดง่าย
-
ความเหมาะสม: เจ้าของคอนโดที่เน้นใช้งานหนัก ทนทานต่อคราบน้ำมัน
อันดับ 5: TECNOPLUS รุ่น TNP HDS 6048 (Budget Friendly)
จุดเด่น: ราคาย่อมเยา สเปกคุ้มค่า
สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการระบบดูดควันมาตรฐานในงบประมาณจำกัด Tecnoplus รุ่นนี้ตอบโจทย์ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายแต่สเปกเทียบเท่ารุ่นกลางๆ
-
กำลังดูด: 750 – 850 ลบ.ม./ชม.
-
การติดตั้ง: ติดตั้งง่ายมาก รองรับทั้งแบบต่อท่อและหมุนเวียน
-
ความเหมาะสม: คอนโดปล่อยเช่า หรือผู้ที่ทำอาหารเบาๆ เป็นครั้งคราว
ตารางเปรียบเทียบสเปก 5 อันดับ ระบบดูดควัน สำหรับคอนโด
| แบรนด์/รุ่น | กำลังดูด (ลบ.ม./ชม.) | ระบบการทำงาน | จุดเด่น |
| HAFELE BAYU | 1,200 | หมุนเวียน/ต่อท่อ | พลังดูดสูงสุด + Smart Home |
| EVE ECLIPSE | 1,000 | หมุนเวียน | ดีไซน์บางเฉียบ ซ่อนรูป |
| MEX 2950X | 900 | หมุนเวียน | เสียงเงียบพิเศษ |
| LUCKY FLAME | 1,100 | หมุนเวียน/ต่อท่อ | ทนทาน เหมาะกับครัวไทย |
| TECNOPLUS | 850 | หมุนเวียน | ราคาประหยัด คุ้มค่า |
วิธีเลือกซื้อระบบดูดควันสำหรับคอนโดให้เหมือนผู้เชี่ยวชาญ
การเลือก ระบบดูดควัน สำหรับคอนโด ไม่ใช่แค่ดูที่ความสวยงาม แต่ต้องพิจารณาปัจจัยเทคนิคเหล่านี้ด้วย:
1. กำลังดูด (Airflow)
หน่วยวัดคือ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (m3/h) สำหรับคอนโดควรมีกำลังดูดอย่างน้อย 800 ลบ.ม./ชม. ขึ้นไป หากคุณใช้ระบบหมุนเวียน เพราะลมต้องผ่านฟิลเตอร์คาร์บอนซึ่งจะทำให้แรงดูดลดลงเล็กน้อย
2. ชนิดของฟิลเตอร์ (Filters)
-
Baffle Filter: ทนทาน ล้างง่าย เหมาะกับงานหนัก
-
Aluminium Mesh: กรองละเอียดกว่าแต่ต้องล้างบ่อย
-
Carbon Filter: หัวใจหลักของระบบหมุนเวียน ต้องเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน
3. ระดับเสียง (Noise Level)
ในคอนโด เสียงมอเตอร์ที่ดังเกินไปจะน่ารำคาญมาก ควรเลือกรุ่นที่มีระดับเสียงไม่เกิน 55-60 เดซิเบล ในขณะทำงานระดับสูงสุด
4. ขนาดของเครื่อง (Size)
โดยปกติจะมีขนาด 60 ซม. และ 90 ซม. สำหรับคอนโดส่วนใหญ่ เตาไฟฟ้ามักมี 2 หัว ซึ่งขนาด 60 ซม. จะพอดีและประหยัดพื้นที่มากที่สุด
เคล็ดลับการดูแลรักษาเครื่องดูดควันให้ใช้งานได้ยาวนาน
เพื่อให้เครื่องดูดควันในคอนโดของคุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในปี 2026 และปีต่อๆ ไป ควรปฏิบัติดังนี้:
-
ล้างแผ่นกรองน้ำมันทุกเดือน: เพียงแช่ในน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจาน เพื่อลดคราบเหนียวที่อาจทำให้มอเตอร์ทำงานหนัก
-
เปลี่ยนคาร์บอนตามกำหนด: หากเริ่มรู้สึกว่าเปิดเครื่องแล้วแต่ยังมีกลิ่นอาหารตกค้าง แสดงว่าฟิลเตอร์คาร์บอนหมดอายุ
-
เช็ดทำความสะอาดภายนอก: อย่าปล่อยให้คราบน้ำมันเกาะจนฝังลึก เพราะจะทำลายพื้นผิวสแตนเลสได้
เลือกรุ่นไหนดีที่สุดสำหรับคุณ?
จากการ รีวิว 5 อันดับ ระบบดูดควัน สำหรับคอนโด ในปี 2026 จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่ต่างกัน:
-
หากต้องการ “ที่สุดของประสิทธิภาพ” เลือก HAFELE
-
หากต้องการ “ความเงียบ” เลือก MEX
-
หากต้องการ “ความประหยัด” เลือก TECNOPLUS
การลงทุนกับระบบดูดควันคุณภาพดี ไม่เพียงแต่ช่วยให้ห้องของคุณสะอาดและไร้กลิ่น แต่ยังเป็นการรักษาสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในระยะยาวอีกด้วย
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรวัดขนาดพื้นที่เหนือเตาไฟฟ้าให้แม่นยำ และตรวจสอบกับนิติบุคคลของคอนโดว่าอนุญาตให้ใช้ระบบใด เพื่อการติดตั้งที่ไร้ปัญหาในภายหลัง
หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การออกแบบห้องครัวร้านอาหาร การออกแบบครัว โปรดบอกเราได้เลยค่ะ! สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณา ติดต่อเรา
