5 อันดับระบบดูดควัน Kitchen Hood ที่ชาวคอนโดตัวจริงต้องมี



Categories:

5 อันดับระบบดูดควัน Kitchen Hood ที่ชาวคอนโดตัวจริงต้องมี

ชาวคอนโดหลายคนคงเคยเจอปัญหา: ทำกะเพราจานเดียวแต่กลิ่นฟุ้งไปถึงห้องนอน หรือคราบมันเกาะเฟอร์นิเจอร์จนเหนียวเหนอะหนะ นั่นเป็นเพราะ ระบบดูดควัน (Kitchen Hood) ในคอนโดส่วนใหญ่มักมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และโครงสร้างอาคาร

หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การออกแบบห้องครัวร้านอาหาร การออกแบบครัว โปรดบอกเราได้เลยค่ะ! สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณา ติดต่อเรา

ห้องครัวเชิงพาณิชย์

ระบบดูดควันคอนโด เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์ครัวพื้นที่น้อย กลิ่นไม่ติดห้อง

เราจะช่วยให้คุณเข้าใจการเลือก เครื่องการดูดอากาศ และการดูแลรักษา filter hood ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ชาวคอนโด เพื่อเปลี่ยนห้องครัวเล็กๆ ให้สะอาดและน่าใช้งานอยู่เสมอ

ห้องครัวอุตสาหกรรม


1. ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนติดตั้ง ระบบดูดควัน ในคอนโด

ก่อนจะเลือกซื้อ พัดลมดูดอากาศ หรือฮู้ดสักตัว คุณต้องตรวจสอบระบบระบายอากาศของโครงการก่อนว่ารองรับแบบไหน:

  • ระบบหมุนเวียน (Recirculating System): พบมากที่สุดในคอนโดทั่วไป คือการดูดอากาศผ่าน แผ่นกรองดูดอากาศ แล้วปล่อยอากาศสะอาดกลับเข้ามาในห้อง ระบบนี้ติดตั้งง่ายแต่ต้องพึ่งพาคุณภาพของฟิลเตอร์เป็นหลัก

  • ระบบต่อท่อออกภายนอก (Ducting System): ประสิทธิภาพดีกว่ามากเพราะดูดกลิ่นออกไปทิ้งข้างนอกเลย แต่ต้องได้รับอนุญาตจากนิติบุคคลและมีการเจาะผนังที่ถูกต้องตามมาตรฐาน


2. เลือก เครื่องการดูดอากาศ แบบไหนให้เหมาะกับครัวคอนโด?

สำหรับพื้นที่จำกัด การเลือกขนาดและกำลังดูดให้พอดีเป็นเรื่องสำคัญ:

2.1 ฮู้ดแบบดึง (Telescopic Hood)

เป็นที่นิยมมากในคอนโด เพราะประหยัดพื้นที่ สามารถดึงออกมาใช้งานเมื่อต้องการและเลื่อนเก็บได้เมื่อใช้เสร็จ ดูกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์ Built-in

2.2 ฮู้ดแบบกระโจมติดผนัง (Wall Mounted Hood)

หากคุณเป็นสายทำอาหารจริงจังในคอนโดหน้ากว้าง ฮู้ดแบบนี้จะมีกำลังของ พัดลมดูดอากาศ ที่สูงกว่า ช่วยจัดการกลิ่นหนักๆ ได้ดีกว่าแบบบาง

ออกแบบครัว

3. ความสำคัญของ filter hood และ แผ่นกรองดูดอากาศ ในพื้นที่ปิด

ในคอนโดที่มีการถ่ายเทอากาศน้อย ฟิลเตอร์ฮู้ดดูดอากาศ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยดักจับสิ่งสกปรกก่อนจะฟุ้งกระจาย:

  • แผ่นกรองคาร์บอน (Carbon Filter): จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับระบบหมุนเวียน เพราะมีคุณสมบัติในการ “ดูดซับกลิ่น”

  • ฟิลเตอร์ฮู้ดดูดควัน แบบอลูมิเนียม: ช่วยดักจับละอองน้ำมันจากการทำอาหารไม่ให้ไปเกาะมอเตอร์ ซึ่งในคอนโดควรเลือกแบบที่ถอดล้างได้ง่ายด้วยตัวเอง


4. ปัจจัยในการเลือกซื้อที่ชาวคอนโดห้ามมองข้าม

เสียงรบกวน (Noise Level)

เนื่องจากคอนโดเป็นพื้นที่เปิดเชื่อมถึงกัน (Studio/One Bedroom) ควรเลือก เครื่องการดูดอากาศ ที่มีระดับเสียงไม่เกิน 50-60 เดซิเบล เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนหรือการดูทีวี

ดีไซน์และขนาด

มาตรฐานหน้ากว้างของเตาคอนโดมักอยู่ที่ 60 ซม. ดังนั้นควรเลือก ระบบดูดควัน ที่มีขนาดพอดีหรือกว้างกว่าเตาเล็กน้อย เพื่อการดักจับควันที่ครอบคลุม


5. วิธีดูแลรักษา ฟิลเตอร์ฮู้ดดูดอากาศ ให้ห้องหอมสะอาดอยู่เสมอ

คนอยู่คอนโดส่วนใหญ่มักลืมล้างฟิลเตอร์ จนทำให้แรงดูดตกลงและกินไฟมากขึ้น:

  1. ล้างแผ่นกรองทุกเดือน: ถอด แผ่นกรองดูดอากาศ แช่น้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานเพื่อขจัดคราบมัน

  2. เปลี่ยนไส้กรองคาร์บอน: หากเป็นระบบหมุนเวียน ควรเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับความบ่อยในการทำอาหาร

  3. เช็ดทำความสะอาดหน้าปัด: อย่าปล่อยให้คราบน้ำมันสะสมจนแห้งกรัง เพราะจะทำความสะอาดยากและส่งผลต่อเซนเซอร์สัมผัส


ครัวคอนโดสะอาดได้ ถ้าเลือก ระบบดูดควัน ที่ใช่

การลงทุนกับ ระบบดูดควัน และ filter hood คุณภาพสูงสำหรับคอนโด ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพและรักษาอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ในห้องคุณให้ดูใหม่อยู่เสมอ


อยากได้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แผ่นกรองดูดอากาศ สำหรับคอนโดรุ่นที่คุณใช้หรือไม่?

หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การออกแบบห้องครัวร้านอาหาร การออกแบบครัว โปรดบอกเราได้เลยค่ะ! สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณา ติดต่อเรา